เหรียญคำชะอี ปีพ.ศ. 2519

ของดกล่าวถึงชื่อผู้ขออนุญาต ซึ่งผู้ขออนุญาตสร้างและได้รับอนุญาตแล้วแต่ว่าหลวงพ่อห้ามไม่ให้ทำเป็นรูปของท่าน คงให้ทำแต่รูปเจดีย์ (พระธาตุโพธิญาณ) แต่ผู้สร้างได้ทำเป็นรูปท่านนั่งบนขอนไม้ถือไม้เท้าด้วยมือขวา ด้านหลังจึงทำเป็นรูปเจดีย์
เรื่องนี้ คุณชัยสิทธิ เตชะศืริธนะกุล เป็นผู้เล่าให้ฟัง
วันหนึ่ง คุณชัยสิทธิ ไปติดต่อพิมพ์หนังสือที่สำนักพิมพ์ลานโพธิ์ (บางกอกสาส์น)
คุณแล่ม จันพิศาโล บก. ลานโพธิ์เอาเหรียญคำชะอีเนื้อทองคำออกมาอวด
คุณชัยสิทธิเห็นก็เอะอะว่า : พระยังไปไม่ถึงวัดหนองป่าพงเลย ไปได้มายังไง
เมื่อกลับถึงอุบลฯ ไปฟ้องหลวงพ่อว่าเหรียญคำชะอีเขาแจกกันแล้ว
หลวงพ่อก็ว่าแจกกันได้ยังไง ท่านยังไม่เห็นพระแม้สักองค์เดียว จึงสั่งให้อาจารย์ข้องเขียนจดหมายส่งไปเตือนว่าให้ผู้สร้างเอาพระมาถวายเสียก่อน
เมื่อผู้สรา้งนำพระมาถึงแล้ว หลวงพ่อซักว่าสร้างกี่องค์ เขารายงานว่าสร้างเนื้อทองคำ,เนื้อเงิน และทองแดง จำนวนเท่านั้นองค์
เมื่อถามถึงบล็อก เขาบอกว่าไม่ได้เอามา แต่รับว่าจะเอาบล็อกมาถวายในภายหลัง
แต่ก็ไม่เอามา
ทางวัดได้ทวงถามเรื่องบล็อกไป โดยจดหมายหลายฉบับ ก็ไม่มีผล
หลวงพ่อจึงไม่แจก
และให้นำเหรียญคำชะอีทั้งหมดลงฝังในโบสถ์
เหรียญรุ่นนี้จึงเป็นปัญหามาก
ถ้าพบเห็นข้างนอกขอให้ทราบว่าไม่ใช่เหรียญที่หลวงพ่ออธิษฐานจิต
ซึ่งหลวงพ่อได้มอบหมายให้คุณชัยสิทธิออกแถลงการณ์ชี้แจงแก่คนทั่วไปทั้งทางวิทยุและหนังสือพระเครื่องหลายฉบับว่า เหรียญหลวงพ่อชาไม่มี หากพบเห็นที่ไหน ทางวัดไม่รับผิดชอบเรื่องเหรียญนั้น
อีก ๒ ปีต่อมา คือปี 2521 หลวงพ่อได้มีการแจก เหรียญรุ่นแรก รุ่นฌาปนกิจศพโยมแม่ของหลวงพ่อ คนทั้งหลายเข้าใจผิดคิดว่าทางวัดเคยออกหนังสือแถลงการณ์ว่าหลวงพ่อไม่มีเหรียญนั้นคือเหรียญรุ่นนี้ เป้นเหตุให้เข้าใจผิดว่าเหรียญรุ่นแรกนั้นหลวงพ่อชาไม่ได้เสก เกิดสับสนกันอยู่นานปี (เพราะออกมาไล่เลี่ยกันกัเหรียญคำชะอี)
แถลงการณ์ครั้งนั้นถือเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนทางไกลเป็นอันมาก เข้าใจผิดคิดว่าหลวงพ่อชาไม่เคยมีพระเครื่อง ทั้งๆที่ความจริงนั้นมี

ต้องกล่าวโทษเหรียญคำชะอีเป็นเหตุ